เคล็ด (ไม่)ลับ ป้องกันคุณแม่ท้องลาย

เคล็ด (ไม่)ลับ ป้องกันคุณแม่ท้องลาย ปัญหาหน้าท้องลาย นับเป็นปัญหาที่มักกวนใจสาวๆทุกคนที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ดัง นั้นเราจึงควรมีวิธีการดูแลถนอมผิวพรรณเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากไม่ใส่ใจ หรือแก้ไขให้เบาบางลงแล้ว อาจทิ้งริ้วรอยต่างๆที่ไม่น่าพึงพอใจไว้ได้ค่ะ วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่)ลับ เกี่ยวกับการป้องกันผิวสวยๆ จากริ้วรอยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ ปัญหาหน้าท้องลาย นับเป็นปัญหาที่มักกวนใจสาวๆทุกคนที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ ดัง นั้นเราจึงควรมีวิธีการดูแลถนอมผิวพรรณเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากไม่ใส่ใจ หรือแก้ไขให้เบาบางลงแล้ว อาจทิ้งริ้วรอยต่างๆที่ไม่น่าพึงพอใจไว้ได้ค่ะ วันนี้เรามีเคล็ด (ไม่)ลับ เกี่ยวกับการป้องกันผิวสวยๆ จากริ้วรอยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ระหว่างการตั้งครรภ์มาฝากกันค่ะ เคล็ดลับที่ 1: ดูแลผิวหน้าท้อง…ต้องเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงปัญหาท้องลายได้ยากและไม่มีทางป้องกันปัญหานี้เพราะไม่มี ครีมหรือยาทาชนิดใดที่จะป้องกันปัญหาท้องลายอย่างได้ผลแต่คุณแม่ทุกคนก็ควร ทาครีมแก้ไขหรือบรรเทาให้ลดลงได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ช่วงแรกๆนะคะเพราะถ้าปล่อย ไว้เนิ่นนานไปจนถึงช่วงหลังคลอดปัญหาริ้วรอยที่ไม่น่าพิสมัยเหล่านี้จะแก้ไข ได้ยากกว่าที่คิดค่ะ เคล็ดลับที่2: เผยผิวสวยดูแลด้วยเครื่องบำรุงผิว แม้การใช้เครื่องบำรุงผิวทาหน้าท้องจะไม่สามารถป้องกันท้องลายให้คุณแม่ได้ โดยตรงแต่อย่างน้อยก็ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอยู่เสมอได้ค่ะ จึงเท่ากับเป็นการช่วยลดความรุนแรงของปัญหาท้องลายได้ทางอ้อมเช่นกัน • ขณะตั้งครรภ์อ่อนๆ ควรใช้เครื่องบำรุงผิวพรรณเช่น น้ำมันมะกอก ครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์หรือเบบี้โลชั่นชนิด ใดก็ได้ที่ปลอดภัยโดยเน้นส่วนผสมที่สกัดมาจากธรรมชาติ • ทาครีมทุกครั้งหลังอาบน้ำเสร็จหรือเมื่อรู้สึกคันโดยเมื่ออาบน้ำเสร็จให้ เช็ดตัวเพียงพอหมาดๆแล้วรีบทาครีมบำรุงผิวให้ทั่วท้องทันทีเพราะช่วงนั้น ผิวจะเก็บความชุ่มชื้นได้มากที่สุด • ทาหน้าท้องเบาๆเป็นประจำต่อเนื่องไปจนถึงช่วงใกล้คลอด เพื่อช่วยลดปัญหาหน้าท้องแตกลายหลังคลอดแล้วเพิ่มปริมาณเนื้อครีมให้มากขึ้น ตามอายุครรภ์ที่เพิ่มขึ้นด้วยนะคะ • เลือกโลชั่นชนิดที่มีเนื้อครีมเหนียวข้นเพราะสามารถเก็บความชุ่มชื้นได้ดีกว่าและนานกว่าแบบทั่วไป
Read the Rest…

ระวังภัยจากสัตว์เลี้ยง ที่เกิดกับลูกน้อย

ระวังภัยจากสัตว์เลี้ยง      เมื่อเจ้าตูบ แมวเหมียวผ่านสายตาลูกรักเมื่อใด คุณพ่อคุณแม่ก็มักเห็นเขาแสดงอาการตื่นเต้นดีใจ อยากเข้าไปทักทายหรือเล่นด้วยทุกเมื่อ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นเด็กทั้งหลายมีความสุขอยู่กับสัตว์เลี้ยง รู้สึกผูกพันและคุ้นเคยกับสัตว์เลี้ยง เพราะสำหรับเด็กๆแล้วสัตว์เลี้ยงเป็นเพื่อนที่พูดคุยด้วยได้ในโลกแห่งจิตนาการของเขาค่ะ           แต่สัตว์เลี้ยงทั้งหลายก็ใช่ว่าจะวางใจได้นะคะ เพราะสิ่งที่มากับสัตว์เลี้ยงอาจส่งผลกระทบต่อลูกน้อยได้ ระวัง…โรคภูมิแพ้ ก่อนที่จะเลี้ยงสัตว์ใดในบ้านต้องดูก่อนว่าลูกแพ้ขนของสัตว์เลี้ยงหรือไม่ เพราะสัตว์เลี้ยงอาจไปกระตุ้นให้ลูกเป็นโรคภูมิแพ้ หรือเป็นโรคบางอย่างได้ ถ้ามีสัตว์เลี้ยงอยู่ก่อนแล้ว ควรให้สัตว์เลี้ยงเล่นอยู่นอกบ้าน ไม่นำสัตว์เลี้ยงเข้าบ้าน แล้วไม่ให้อยู่ใกล้ชิดลูกมากเกินไปด้วยค่ะ ทราบไหมว่าสัตว์เลี้ยงบางตัวไม่เหมาะที่จะเลี้ยงในบ้าน สัตว์เลื้อยคลานจำพวกงู เต่า โดยเฉพาะสัตว์ที่มีขน เพราะสร้างภาวะภูมิแพ้ให้เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วได้ง่ายขึ้น รายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร Pediatrics ระบุว่า ครอบครัวที่เด็กอายุไม่ถึง 5 ขวบไม่ควรเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแปลกๆ ไม่ควรให้เด็กสัมผัสสัตว์โดยตรง เช่น เม่น ซึ่งมีขนที่ไม่ปลอดภัยแล้วยังเป็นพาหะของเชื้อโรคแซลโมเนลล่า ซึ่งก่อให้เกิดการติดเชื้อในทางเดินอาหาร ขนแหลมบนหลังเม่นยังแพร่กระจายเชื้อโรค E-Coli ได้อีก แถมสัตว์เลี้ยงแปลกๆ ชนิดอื่นยังอาจเป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ และโรคพิษสุนัขบ้าได้อีก หัวหน้าคณะนักวิจัยระบุว่าราว 11% ของเด็กๆที่ติดเชื้อโรคแซลโมเนลล่า เชื่อว่ามาจากการสัมผัสสัตว์จำพวกจิ้งจก กิ้งก่า สัตว์เลื้อยคลานอื่นๆ ส่งผลให้เด็กมีอาการถ่ายท้อง ไข้ขึ้นสูง และมีปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหาร โดยเฉพาะเด็กเล็กมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับเชื้อโรค เนื่องจากภูมิต้านทานโรคยังไม่พัฒนาเต็มที่

5 ข้อ “กังวล” ของแม่ท้อง

5 ข้อ “กังวล” ของแม่ท้อง       ความกังวลในช่วงระหว่างตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับแม่ท้องทุกคน ถ้ายิ่งเป็นการตั้งท้องครั้งแรก ทุกอย่างล้วนเป็นประสบการณ์ครั้งแรก ย่อมทำให้เกิดความกลัวขึ้นได้ง่ายๆ โดยเฉพาะ 5 ข้อ ดังต่อไปนี้ 1. กังวล อาการผิดปกติระหว่างตั้งครรภ์ ความคาดหวังของแม่ทุกคน ก็หนีไม่พ้นเรื่องลูก แล้วยิ่งเป็นลูกในท้องที่เราไม่อาจมองเห็นได้ว่าสุขภาพเป็นอย่างไร จะมีอาการผิดปกติอะไรบ้างหรือเปล่า คุณแม่บางท่านอาจจะคิดกลัวไปก่อนล่วงหน้า บางครั้งก็เป็นเรื่องที่ห้ามแม่ท้องไม่ให้กังวลไม่ได้ แต่อย่างไรก็ดี การคิดเชิงบวก ระงับความกังวลใจ จะเป็นผลดีต่อลูกในท้อง Tips -          คิดในแง่บวกเสมอ และไม่ต้องรับฟังในเรื่องราวของคนอื่นที่ทำให้ไม่สบายใจมากเกินไป -          ดูแลสุขภาพตัวเอง กินอาหารดีๆ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มแอลกอฮอร์ และอยู่ห่างๆ จากบรรยากาศที่เป็นพิษ เช่น กลิ่นสี -          ไม่จำเป็นต้องคาดหวังเรื่องใดๆ กับลูกในท้องล่วงหน้า เพราะไม่ว่าลูกคุณจะเป็นอย่างไร คุณก็รักลูกของคุณเสมอ -          เรียนรู้วิธีการกำจัดความกังวลของคุณอย่างสร้างสรรค์ เช่น เขียนบันทึก หรือเล่าเรื่องราวในสิ่งที่คุณกังวลออกมาเสียบ้าง 2. กังวล เรื่องอ้วน คนท้องต้องมีรูปร่างที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่แล้ว หลายคนกลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นคนท้องที่อ้วนมาก
Read the Rest…

นอนอย่างปลอดภัยลูกวัยแบเบาะ ท่านอนเด็กเล็ก

นอนอย่างปลอดภัยลูกวัยแบเบาะ ท่านอนเด็กเล็ก เจ้าหนูมักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอน ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันที่มีผลต่อการเติบโตที่ดีของร่างกายและสมอง แต่เห็นลูกนอนหลับอุตุอย่างนี้ อย่าได้นึกวางใจว่าจะไม่มีความเสี่ยงเชียว หลายท่านคงจะคาดไปไม่ถึงว่าการนอนเป็นกิจวัตรหนึ่งที่ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน โดยเฉพาะวัยแบเบาะที่ยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ท่านอนเสี่ยงภัย…คว่ำหรือหงาย เด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ควรจัดท่าให้นอนหงายเท่านั้นค่ะ  การนอนคว่ำอาจเป็นอันตรายได้ เพราะเด็กทารกแรกเกิดยังตะแคงหน้า และยกศีรษะไม่เป็น จากการวิจัยพบว่าการนอนคว่ำเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตฉับพลันของทารกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือโรค SIDS (sudden infant death syndrome)เนื่องจากวัยแบเบาะถึงสี่เดือนกล้ามเนื้อคอยังไม่แข็งแรง การชันคอยกหัวไปมายังทำได้ไม่ดี ยิ่งนอนคว่ำหน้าบนที่นอนอ่อนนุ่มมาก ยิ่งมีความเสี่ยง เพราะหน้าที่กดจมลงบนที่นอนขณะหลับ จะกดทับปากจมูกอุดตันทางเดินหายใจจนเสียชีวิตได้ ดังนั้นในประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้จัดให้มีโครงการ “ให้เด็กนอนหงาย” โดยแนะนำให้จัดท่านอนเป็นท่านอนหงายมาเสมอตั้งแต่ปี 1992 แล้วก็พบว่าการเสียชีวิตของเด็กวัยแบเบาะจากโรค SIDS ลดลงอย่างชัดเจน สำหรับคุณแม่ที่อยากให้ลูกหัวทุยสวยได้รูป ด้วยท่านอนคว่ำก็สามารถจับลูกนอนคว่ำได้นะคะ แต่ให้ทำเฉพาะในเวลาที่ลูกตื่นเท่านั้น แล้วก็จะต้องมีผู้ดูแลอยู่ใกล้ชิดด้วย ลูกก็จะได้นอนอย่างปลอดภัย แล้วถ้ายังตื่นอยู่ก็ยังได้ออกกำลังต้นแขนและหัวไหล่ให้เกิดความแข็งแรงด้วยค่ะ

เทคนิค นอนหลับสบาย สไตล์ แม่ท้อง ท่านอนคนท้อง

เทคนิค นอนหลับสบาย สไตล์ แม่ท้อง เมื่อรู้ว่าเป็นคุณแม่ ผู้หญิงทุกคนย่อมต้องดูแลใส่ใจตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องสุขภาพ ความเป็นอยู่ อาหารการกิน รวมถึงกิจกรรมสําคัญเรื่องนอน ที่แม่ท้องควรนอนหลับพักผ่อนให้มากเข้าไว้ เพื่อตัวเองและลูกน้อย และเทคนิคหลับสบาย สไตล์แม่ท้องต่อไปนี้ช่วยได้ค่ะ เทคนิคหลับสบาย •   ก่อนเข้านอนอาจผ่อนคลายหรือหากิจกรรมเบาๆ ทําประมาณ 15 นาที •  เมื่อรู้สึกว่านอนไม่หลับ อาจลุกจากเตียง ไปอ่านหนังสือเพื่อผ่อนคลาย แต่อย่าทํากิจกรรมที่หักโหมหรือตื่นเต้นเกินไป •  แม่ท้องอาจจะเป็นตะคริวช่วงเวลานอน การนวดที่ข้อเท้าเบาๆ หรือพยายามเหยียดขาให้ตรง หย่อนขาลง จะช่วยได้ค่ะ •  เมื่อใกล้ถึงเวลาเข้านอน ควรหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีน • หากต้องเคลื่อนไหวหรือพลิกตัว ควรทําอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้รู้สึกเจ็บท้อง หากรู้สึกเจ็บพยายามงอตัวไปด้านที่รู้สึกเจ็บ จะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น •  หากมีอาการปวดหลังมากๆ อาจใช้หมอนรองรับบริเวณช่องท้องเอาไว้ เพื่อลดอาการปวดหลังขณะที่นอน ท่านอนของคนท้อง ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นบริเวณท้อง ทําให้กล้ามเนื้อต้องรับน้ำหนักมากขึ้น หากคุณนอนหงาย มดลูกก็จะไปกดทับเส้นเลือดดําใหญ่ ทําให้เลือดกลับสู่หัวใจลดลง มีผลให้หัวใจของแม่เต้นเร็ว เกิดอาการใจสั่น ความดันโลหิตต่ำ และเลือดที่จะไปเลี้ยงมดลูกก็จะลดลงไปด้วย ทําให้เด็กขาดออกซิเจนได้
Read the Rest…

ความรู้เรื่องยาสำหรับเด็ก

     ยาบรรเทาปวดลดไข้ พาราเซตามอล (ชนิดน้ำเชื่อม) สรรพคุณ ลดไข้บรรเทาปวด สำหรับเด็กทารกและเด็กเล็ก (ปราศจากแอสไพรินและแอลกอฮอล์) วิธีใช้ รับประทานทุก 4 หรือ 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ ไม่ควรรับประทานเกินวันละ 5 ครั้ง เด็กอ่อน 6 เดือน – 1 ปี รับประทานครั้งละ ? ช้อนชา 1-3 ปี รับประทานครั้งละ ? -1 ช้อนชา 3-6 ปี รับประทานครั้งละ 1-2 ช้อนชา  ยาบรรเทาอาการคัน สรรพคุณ บรรเทาอาการคัน เนื่องจากผดผื่นคัน ลมพิษ แมลงสัตว์กัดต่อย อาการระคายเคืองตามผิวหนัง วิธีใช้ ใช้ทาวันละ 3-4 ครั้ง ควรทำความสะอาดผิวหนังด้วยสบู่และน้ำ แล้วซับให้แห้งก่อน ทายาบริเวณนั้น ไม่ควรทายาบริเวณที่พอง ผิวหนังลอกหรือแผล ควรหยุดใช้เมื่อมีอาการแสบร้อนหลังจากทายา
Read the Rest…

เรียนรู้การใช้ยาสามัญประจำบ้านกันเถอะ

เรียนรู้การใช้ยาสามัญประจำบ้านกันเถอะ      เมื่อลูกรักป่วย คนที่เป็นทุกข์ที่สุด คงจะหนีไม่พ้น คุณพ่อคุณแม่ แต่สำหรับคุณแม่มือใหม่แล้ว จะดูแลลูกเบื้องต้นอย่างไร ก่อนถึงมือแพทย์ หรือ รักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ได้จากความรู้เรื่องยาสามัญประจำบ้าน ดังนี้ ยาสามัญประจำบ้าน (Household Remedy) คืออะไรนะ ยาสามัญประจำบ้าน เป็น ยาที่กระทรวงสาธารณสุข คัดเลือกแล้วว่าเป็นยาที่ ประชาชนสามารถหาซื้อมาใช้ได้ด้วยตนเอง เพื่อการดูแลรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ และหากใช้อย่างถูกต้องก็จะไม่เกิดอันตราย ยาสามัญประจำบ้าน ถือว่าเป็นยาที่มีราคาถูก หาซื้อได้ง่าย ตามร้านขายยา ศูนย์การค้า มีขายทั้งในเมืองและตามชนบท ทั้งนี้ก็เพราะกระทรวงสาธารณสุขมีความต้องการให้ยาสามัญประจำบ้าน ได้กระจายไปถึงประชาชนทั่วประเทศ ทำให้ประชาชนดูแลตนเองได้อย่างทั่วถึง จึงไม่บังคับให้ต้องขายยาสามัญประจำบ้านในร้านขายยาเหมือนยาอื่นๆ ต่อมาเป็นวิธีการเลือกซื้อยา ในกรณีที่เป็นยาสามัญประจำบ้านที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จะสังเกตว่า มีเลขทะเบียนตำรับยาอยู่บนฉลาก ยาที่ขึ้นทะเบียนแล้วถือว่าเป็นยาที่ได้มาตรฐาน มีสรรพคุณใช้ในการรักษาหรือบรรเทาอาการของโรคได้ ดังนั้นควรเลือกซื้อยาใหม่ โดยดูวันผลิต และวันที่สิ้นอายุบนฉลาก ไม่ควรซื้อยาที่สิ้นอายุ หรือหมดอายุแล้ว เพราะนอกจากใช้ไม่ได้ผลแล้ว อาจทำให้เกิดอันตรายได้ด้วย ควรซื้อยาที่มีฉลาก และเอกสารกำกับยาครบถ้วน มีตัวหนังสืออ่านได้ชัดเจน ภาชนะบรรจุอยู่ในสภาพที่เรียบร้อย ยาที่บรรจุอยู่ก็ต้องมีสภาพดี สมบูรณ์
Read the Rest…

การเลือกเครื่องใช้สำหรับทารก

เครื่องใช้สำหรับทารก ของใช้ต้อนรับลูกน้อยแรกเกิด การรับขวัญสมาชิกใหม่ด้วยของใช้ดี ๆ ซักชิ้น เป็นทางหนึ่งที่คุณพ่อคุณแม่ และผู้ใกล้ชิดจะแสดงความรู้สึกที่มีให้กับลูกน้อยแรกเกิดได้ แต่ของขวัญสำหรับเขามีอะไรบ้างและควรเลือกซื้ออย่างไรนั้น จะขอแนะนำโดยแบ่งเป็นหมวด ๆ ดังต่อไปนี้ เครื่องแต่งกายสำหรับทารก เสื้อผ้าสำหรับเด็กอ่อน ควรเลือกใหญ่กว่าเขา 1 – 2 เบอร์ เพราะเขาโตเร็วมากและไม่ควรมีกระดุมที่ตัวเสื้อ หมวก ถุงมือ ถุงเท้า เลือกที่ให้ความอบอุ่น กันลมได้ และควรดูด้ายเย็บภายในว่าเก็บเรียบร้อยดีหรือไม่ ผ้าห่ม ควรเป็นผ้าที่ไม่ใหญ่หว่าตัวเองมากนัก และไม่ควรเลือกชนิดเป็นขน เพราะอาจจะเป็นที่กักเก็บฝุ่น ผ้าอ้อมผ้า นอกจากจะหาซื้อมาใช้ เพื่อเป็นผ้าอ้อมแล้ว ยังสามารถเลือกซื้อมาใช้เป็นผ้าสารพัดนึกได้ อาทิผ้ารองบ่าเวลาลูกน้อยหลับบนอก ใช้เช็ดน้ำลาย ผ้าห่มเฉพาะกิจ ฯลฯ เครื่องใช้สำหรับทารกในการหม่ำ ขวดนม ขวดนมที่เหมาะสมกับลูกน้อยแรกคลอดไม่จำเป็นต้องมี หากคุณแม่ให้นมแม่ แต่อาจจะมีขวดสำหรับใส่น้กผลไม้ ก็ควรเลือกขวดนมขนาดเล็ก มีคอขวดที่แปรงล้างขวดนมสามารถเข้าได้ทุกซอกทุกมุม หม้อนึ่งขวดนม อุปกรณ์สำคัญในการล้างขวดนม ปัจจุบันมีห้เลือกมากมาย แล้วแต่สตางค์ในกระเป๋า น้ำยาล้างขวดนม ควรเลือกที่สกัดจากสารธรรมชาติ และล้างฟอกออกได้ง่าย ไม่มีสารตกค้าง เครื่องใช้สำหรับทารกในการอาบน้ำ อ่างอาบน้ำ สำหรับเด็กอ่อน
Read the Rest…

พัฒนาการของเด็กแต่ละวัย

พัฒนาการของเด็ก แต่ละวัย พัฒนาการของเด็กวัยแรกเกิด พัฒนาการทางร่างกาย น้ำหนัก 3-3.5 ก.ก. ส่วนสูงประมาณ 50 ซ.ม. สามารถเอียงศีรษะไปด้าน ข้างได้ เมื่อนอนหงายหรือ นอนคว่ำในท่าที่จับวางไว้ สามารถเคลื่อนไหวท่อนแขน ได้แบมือกำมือได้ เคลื่อนไหวท่อนแขนมากกว่า ท่อนขา พัฒนาการทางด้านอารมณ์ อาจมีอาการตกใจง่ายโดยแสดง อาการเกร็งหรือผวา ไม่ชอบการเคลื่อนไหวมากเกินไป ไม่ชอบอุ้มนานๆ แสดงอาการพอใจได้บ้างโดยทำ เสียงในคอเบาๆ พัฒนาการด้านสังคม ชอบนอนโดยไม่มีการรบกวน เมื่อร้องไห้จะหยุดได้ถ้ารู้สึกถึง สัมผัสที่นุ่มนวล เมื่อเริ่มให้ดูดนมครั้งแรกอาจ ไม่ยอมดูด แต่จะดูดได้ดีขึ้นในวันที่ 2-3 ความต้องการของเด็ก ต้องการความอบอุ่นทางร่างกาย โดยการพันผ้ารอบตัวของเด็ก (ไม่แน่นเกินไป) ต้องการความอบอุ่นทางจิตใจ จากสัมผัสอันอบอุ่นของแม่ ต้องการดูดนม ต้องการความเงียบเพื่อนอนนานๆ และแสงที่ไม่จ้าเกินไป ต้องการความสะอาดของร่างกายและเสื้อผ้า ต้องการการพูดคุยด้วยในยามตื่นนอน

อาหารสำหรับเด็กวัย 8-12 เดือน

อาหารสำหรับเด็กวัย 8-12 เดือน มันเทศกวน     ขนมปังแพนเค้ก   แตงกวาสอดไส้       ข้าวบดไก่  ปลาทอด     ผัดมักกะโรนีกุ้ง  ผัดเม็ดถั่วลันเตา     สตูว์ไก่  มันฝรั่งชุบไข่ทอด     น้ำซุปไก่  หมูสับราดหน้าผัก     ข้าวนึ่งนม ——————————————————————————– อาหารสำหรับเด็กวัย 8-12 เดือน สตูว์ไก่ สันในไก่หั่นชิ้นเล็กๆ คลุกกับแป้งสาลีและเกลือป่นหมักไว้ นำไปทอดให้เหลือง ผัดหอมใหญ่ หัวแครอทชิ้นเล็กๆ จนเหลือง ใส่เนื้อไก่ ถั่วแขก มันฝรั่ง เติมน้ำต้มกระดูกไก่ เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย ผักสุกนิ่ม ——————————————————————————– อาหารสำหรับเด็กวัย 8-12 เดือน  น้ำซุปไก่ ปอกเปลือกหัวไชเท้า แครอท อย่างละ 1 หัว ตัดครึ่ง ผ่า 4 ขึ้นฉ่าย 1 ต้น ตัดรากออก นำกระดูกไก่ลงแช่น้ำ นานประมาณ 40 นาที
Read the Rest…